ผู้รับผลิตของพรีเมี่ยม

5 ขั้นตอนเลือกผู้รับผลิตของพรีเมี่ยม

ของพรีเมี่ยมเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่สามารถใช้ได้ตลอดเวลา อีกทั้งยังใช้ได้ผลดีอีกด้วย ดังนั้นหากผู้ประกอบการรายใดกำลังสนใจจะใช้กลยุทธ์นี้กันอยู่ ก็คงจะเริ่มมองหาบริษัทที่รับผลิตของพรีเมี่ยมกันบ้างแล้ว เพราะถึงแม้จะเป็นของแจกฟรีแต่ก็ต้องให้ของที่มีคุณภาพดีแก่ลูกค้า ต้องอยู่ในงบประมาณที่เหมาะสมและมีบริการที่ดีด้วยเช่นกันเดียว ฉะนั้นจึงไม่ได้หมายความว่าจะใช้บริการกับผู้รับผลิตรายใดก็ได้ ดังนั้นหากอยากได้บริษัทรับผลิตของพรีเมี่ยมที่ดี จะต้องพิจารณาในเรื่องใดบ้าง มาดูกัน

5 แนวทางการพิจารณาเลือกผู้รับผลิตของพรีเมี่ยม

  1. ตัวเลือกหลากหลาย ควรมีของพรีเมี่ยมให้เลือกหลายชนิด แม้จะเป็นสิ่งของชนิดเดียวกันก็ยังควรต้องมีหลายดีไซน์ หลายขนาด เพื่อเป็นทางเลือกให้กับทางแบรนด์ สินค้าต้องมีการอัพเดตตามเทรนด์ความนิยมของผู้คนในปัจจุบันอยู่เสมอ มีราคาเริ่มต้นไม่สูงมากนักและมีจำนวนการผลิตขั้นต่ำไม่มาก เพราะว่าผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจแบบ SME จะได้สามารถสั่งผลิตของพรีเมี่ยมได้เช่นเดียวกัน
  2. ใช้วัสดุได้คุณภาพ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าถึงแม้จะเป็นของแจกฟรี แต่ก็ควรเป็นของที่มีคุณภาพ เพราะจะบ่งบอกถึงความตั้งใจของผู้ให้ ทำให้ผู้รับเกิดความประทับใจต่อแบรนด์มากยิ่งขึ้น ยิ่งสิ่งของบางอย่างใช้สำหรับใส่อาหาร ใส่เครื่องดื่ม ยิ่งต้องใช้วัสดุคุณภาพดี เป็นวัสดุแบบ Food Grade เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของตัวลูกค้าเอง และนอกจากในส่วนของวัสดุแล้ว โลโก้ของแบรนด์ก็เป็นสิ่งที่ต้องใส่ใจเช่นดียวกัน ของพรีเมี่ยมที่ดีจะต้องมีโลโก้แบรนด์ที่คมชัด สวยงาม แม้จะมีรายละเอียดที่เล็กมาก แต่ก็ต้องทำออกมาได้อย่างสวยงาม ครบถ้วน อันที่จริงแล้วโลโก้อาจเป็นสิ่งที่ทางผู้ผลิตต้องใส่ใจมากเป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ เพราะนี่เป็นสิ่งที่สื่อถึงตัวแบรนด์ได้ดีที่สุด ซึ่งการทำโลโก้ออกมาได้ดีจำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากพอสมควร ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจสั่งผลิต อย่าลืมไปขอดูตัวอย่างของพรีเมี่ยมเสียก่อน สำหรับผู้ประกอบการรายใดที่สั่งซื้อจำนวนมาก ถ้าสามารถเข้าไปดูถึงโรงงานที่ผลิตได้ก็แนะนำว่าควรเข้าไปดู จะช่วยให้สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ทั้งคุณภาพของวัสดุและเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการผลิต
  3. คุณภาพการบริการ สามารถดูได้จากหลายๆปัจจัย เช่น การให้คำปรึกษาแนะนำ การติดต่อสื่อสาร บริการหลังการขาย เป็นต้น ซึ่งจะดีมากหากทางผู้รับผลิตของพรีเมี่ยมสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการได้ว่าควรเลือกใช้สินค้าชนิดใดจึงจะเหมาะสมและตรงกับเทรนด์ความต้องการของผู้คนในช่วงเวลานั้นๆ ทางผู้รับผลิตควรมีช่องทางการติดต่อหลายทางเพื่อความสะดวกในการสื่อสาร หากมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นหลังรับของพรีเมี่ยมไปแล้ว ก็ต้องมีการจัดการแก้ไขอย่างรวดเร็ว
  4. ระยะเวลาในการผลิต ความตรงเวลาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อสั่งผลิตแล้วก็หมายความว่าต้องการใช้ภายในเวลาที่กำหนด เพราะฉะนั้นทางผู้รับผลิตจะต้องสามารถส่งมอบของพรีเมี่ยมได้ตรงเวลา
  5. บริการจัดส่ง ควรมีการจัดส่งที่หลากหลายและเหมาะสม โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้สั่งผลิตเป็นหลัก เน้นความรวดเร็วแต่สินค้าจะต้องปลอดภัย ซึ่งการจัดส่งควรมีตั้งแต่ใช้บริการโลจิสติกส์ภายนอกสำหรับการสั่งทำของพรีเมี่ยมจำนวนเล็กน้อย ไปถึงจัดส่งด้วยขนส่งของทางผู้รับผลิตเองหากสั่งตามจำนวนชิ้นขั้นต่ำที่ทางผู้ผลิตกำหนด

การเลือกผู้รับผลิตของพรีเมี่ยมนั้นอาจดูยุ่งยากอยู่สักเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป สำหรับผู้ประกอบการายใดกำลังมองหาบริษัทที่รับทำของพรีเมี่ยมอยู่ สามารถนำแนวทางด้านบนไปประกอบการพิจารณาดูได้ รับรองว่าช่วยให้เลือกได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

Leave a Comment

Scroll to Top