สินค้าพรีเมี่ยมมักถูกมองว่าเป็นเพียงของแถมที่ทำหน้าที่เสริมแคมเปญการขายอยู่ปลายทางของกระบวนการตลาด แต่ในการแข่งขันทางธุรกิจปัจจุบันที่บทบาทของสินค้าพรีเมี่ยมได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เพราะสินค้าพรีเมี่ยมได้เปลี่ยนมาเป็นกลยุทธ์ที่สามารถกระตุ้นยอดขายได้ หากได้รับการออกแบบและคัดเลือกอย่างเหมาะสม หรือที่เรียกว่า “การ curate”
การ curate สินค้าพรีเมี่ยม คือการคัดเลือกและออกแบบของแต่ละชิ้นโดยตั้งคำถามจากมุมมองของลูกค้า ไม่ใช่มุมมองขององค์กรว่า สิ่งใดจะกลายเป็นแรงจูงใจให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพิ่ม การซื้อซ้ำ หรือการตัดสินใจเร็วขึ้น เป็นต้น ต่างจากการ Collab ที่พบเห็นได้จนชินตาในปัจจุบันอย่างการนำสิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจหรือรู้จักมาประยุกต์กับแบรนด์ จนกเิดเป็นสินค้าพรีเมี่ยมแบบ Collaboration ที่กระตุ้นยอดขายได้เช่นเดียวกัน แต่มีความเสี่ยงที่ถือว่าสูงกว่าในด้านการลงทุน
เมื่อสินค้าพรีเมี่ยมถูกวางบทบาทให้ชัด มันจะไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผู้รับหรือลูกค้ารู้สึกว่าจะได้รับหรือไม่ได้รับก็ได้ แต่กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า การซื้อในครั้งนั้นคุ้มค่า แม้ไม่มีโปรโมชั่นลดราคา
Bangkok Premium จึงรองรับการผลิตสินค้าพรีเมี่ยมจากการ curate ของแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและเหมาะสมต่อกลยุทธืการตลาดในยุคปัจจุบัน

การ curate ช่วยกระตุ้นยอดขายได้อย่างไร
- เพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ
สินค้าพรีเมี่ยมที่น่าใช้งานและดูมีคุณค่าเพียงพอ จะทำให้ลูกค้ายอมเพิ่มยอดซื้อเพื่อให้ถึงเงื่อนไขโดยสมัครใจ ส่งผลให้แบรนด์สามารถดันยอดต่อบิลได้โดยไม่กระทบ margin
- เพิ่มความถี่ในการซื้อ
พรีเมี่ยมที่ถูกออกแบบให้สะสมได้ หรือมีการเปลี่ยนธีมตามช่วงเวลา จะสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ ไม่ใช่เพราะจำเป็นต้องใช้สินค้าเดิม แต่เพราะอยากได้หรือความต้องการสะสมสินค้าพรีเมี่ยมชิ้นอื่น ๆ
- ลดแรงเสียดทานในการตัดสินใจซื้อ
ในหลายกรณี ลูกค้าไม่ได้ลังเลเพราะราคา แต่ลังเลเพราะยังไม่รู้สึกอยากซื้อพอ สินค้าพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์อารมณ์และไลฟ์สไตล์จะช่วยเร่งการตัดสินใจ ทำให้กระบวนการซื้อสั้นลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ประโยชน์ของการ curate สินค้าพรีเมี่ยมต่อการกระตุ้นยอดขาย
1. ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อ
สินค้าพรีเมี่ยมที่ถูก curate อย่างเหมาะสม จะกลายเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้ายอมเพิ่มยอดซื้อโดยสมัครใจ ไม่ใช่เพราะความจำเป็น แต่เพราะต้องการได้รับของชิ้นนั้นจริง ๆ การตั้งเงื่อนไขยอดซื้อจึงทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยดันยอดต่อบิลโดยไม่ต้องพึ่งการลดราคา ซึ่งช่วยรักษา margin ของธุรกิจในระยะยาว
2. เพิ่มความถี่ในการซื้อและการกลับมาซื้อซ้ำ
พรีเมี่ยมที่ออกแบบให้สะสมได้ มีหลายเวอร์ชัน หรือมีความต่อเนื่องเชิงคอนเซ็ปต์ จะกระตุ้นให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพื่อให้ได้ครบมากกว่าการซื้อเพียงเพราะต้องใช้สินค้า การซื้อซ้ำจึงเกิดจากความผูกพันกับแคมเปญ ไม่ใช่แค่ความจำเป็นในการใช้งาน
3. ลดแรงเสียดทานก่อนการตัดสินใจซื้อ
ในหลายกรณี ลูกค้าไม่ได้ลังเลเพราะราคาสินค้า แต่ลังเลเพราะยังไม่รู้สึกอยากซื้อเพียงพอ สินค้าพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์อารมณ์ ไลฟ์สไตล์ หรือคุณค่าทางความรู้สึก จะทำหน้าที่เป็นเหตุผลทางอารมณ์ที่ช่วยเร่งการตัดสินใจ ทำให้กระบวนการซื้อสั้นลงโดยไม่ต้องใช้การสื่อสารแบบเร่งเร้า
4. ทำให้โปรโมชันดูคุ้มค่า โดยไม่ต้องใช้ส่วนลดรุนแรง
การ curate พรีเมี่ยมอย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มพลังให้แคมเปญ แม้ใช้ระดับส่วนลดที่ไม่สูง ภาพรวมของโปรโมชันจะดูพรีเมี่ยม แบรนด์ไม่เสีย positioning และลูกค้าไม่ถูกฝึกให้รอเฉพาะช่วงลดราคาหนัก ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบยอดขายในระยะยาว
5. ยกระดับพรีเมี่ยมจากของแถม เป็นเหตุผลหลักของแคมเปญ
ในบางแคมเปญ ลูกค้าอาจเริ่มต้นจากความอยากได้สินค้าพรีเมี่ยม มากกว่าความต้องการสินค้าหลัก เมื่อพรีเมี่ยมถูกวางเป็นแกนกลางของแคมเปญ ยอดขายของสินค้าหลักจะถูกดึงตามมาโดยอัตโนมัติ ทำให้พรีเมี่ยมกลายเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายอย่างแท้จริง
6. ควบคุมต้นทุนและผลลัพธ์ได้ดีกว่าในระยะยาว
เมื่อเทียบกับการทำ collaboration ที่มีต้นทุนและข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ การ curate สินค้าพรีเมี่ยมที่แบรนด์เป็นเจ้าของเองช่วยให้ปรับขนาดงบได้ง่าย ใช้ซ้ำหรือต่อยอดเป็นซีรีส์ได้ และทำให้ต้นทุนต่อผลลัพธ์มีความนิ่งและคาดการณ์ได้มากกว่า
7. สร้างยอดขายที่ต่อเนื่องและวางแผนได้
แม้การ curate อาจไม่สร้างกระแสไวรัลในระยะสั้นเท่าการ collab แต่ช่วยให้แบรนด์ควบคุมพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าได้ดีขึ้น สร้างยอดขายที่คาดการณ์ได้ และต่อยอดแคมเปญในระยะกลางถึงยาวได้อย่างเป็นระบบ
ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงเลือกทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าพรีเมี่ยมอย่าง Bangkok Premiums เพื่อออกแบบและคัดเลือกพรีเมี่ยมที่ไม่เพียงดูดี แต่สามารถทำหน้าที่กระตุ้นยอดขายได้จริง และทำงานเชิงกลยุทธ์ร่วมกับแบรนด์ในระยะยาว
สินค้าพรีเมี่ยมแต่ละรูปแบบจาก Bangkok Premiums นำมากระตุ้นยอดขายจากการ curate ได้อย่างไร?
การ curate สินค้าพรีเมี่ยมให้กระตุ้นยอดขายได้จริง ควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายของยอดขายก่อนเลือกสินค้า โดยสามารถแบ่งแนวทางการ curate ออกได้เป็นกรณีหลัก ๆ จากสินค้าพรีเมี่ยม bangkok Premium ดังนี้
1. กลุ่มแก้ว กล่องใส่ของ pouch หรือ desk item
สินค้ากลุ่มนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการ curate เพื่อดันยอดต่อบิล เนื่องจากเป็นของที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ถูกวางทิ้งไว้เฉย ๆ เมื่อผู้บริโภครับรู้ได้ว่าสินค้าพรีเมี่ยมมีประโยชน์และคุณค่าเพียงพอ พวกเขาจะยอมเพิ่มยอดซื้ออีกเล็กน้อยโดยไม่รู้สึกฝืนใจ ส่งผลให้แบรนด์สามารถเพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อได้โดยไม่ต้องพึ่งการลดราคา
2. สินค้าพรีเมี่ยมในรูปแบบซีรีส์หรือคอลเลกชัน
การออกแบบสินค้าพรีเมี่ยมให้มีความต่อเนื่อง เช่น แก้วหรือของใช้ที่เปลี่ยนสี เปลี่ยนลวดลาย หรือเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ตามช่วงเวลา จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อยังคงใช้โทนแบรนด์เดียวกัน แต่ปรับอารมณ์หรือ mood ให้แตกต่างในแต่ละช่วง สิ่งนี้ทำให้การซื้อไม่ได้เกิดจากความจำเป็นเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความต้องการสะสมและความผูกพันกับแคมเปญของแบรนด์
สร้างกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นยอดขายที่คุ้มทุนด้วยสินค้าพรีเมี่ยมจากการ Curate
การใช้สินค้าพรีเมี่ยมเพื่อกระตุ้นยอดขายไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงขึ้น แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจบทบาทของพรีเมี่ยมแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน เมื่อสินค้าถูก curate อย่างมีทิศทาง มันจะกลายเป็นแรงจูงใจที่ช่วยเพิ่มมูลค่าต่อคำสั่งซื้อและเร่งการตัดสินใจได้โดยไม่ต้องพึ่งการลดราคา
ในระยะยาว สินค้าพรีเมี่ยมที่เลือกใช้อย่างเหมาะสมยังช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เพราะเป็นของที่ถูกใช้งานและมองเห็นซ้ำในชีวิตประจำวัน ทำให้แบรนด์ถูกจดจำต่อเนื่องหลังจบแคมเปญ ไม่ใช่เพียงในช่วงโปรโมชั่น
ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงเลือกทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าพรีเมี่ยมโดย Bangkok Premiums เพื่อออกแบบและคัดเลือกพรีเมี่ยมที่ตอบโจทย์เป้าหมายด้านยอดขายจริง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแก้ว กล่องใส่ของ pouch หรือ desk item สำหรับดันยอดต่อบิล หรือสินค้าพรีเมี่ยมแบบซีรีส์ที่สร้างแรงจูงใจในการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพรีเมี่ยมถูกใช้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่ของแถมปลายทาง แบรนด์จะไม่เพียงขายได้มากขึ้นในวันนี้ แต่ยังสร้างเหตุผลให้ลูกค้าอยากกลับมาเลือกอีกครั้งในระยะยาว


